บทที่ 17 ข้อตกลง (2)

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเพิ่มหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรผู้ซึ่งทานอิ่มก่อนไปนานแล้ว ก็นั่งมองรมณทานด้วยใจที่ผ่อนคลาย รอจนกระทั่งหญิงสาวทานอาหารบนโต๊ะจนหมดก็ถึงเวลาสำคัญ

“คุณคิณณ์คะ” ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนตามประเพณีและการผูกมัดทางกฎหมายรมณยังคงไม่แน่ใจกับการตัดสินใจของตัวเอง เธอต้องการคำมั่นสัญญาที่ชัดเจน

“ครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมองหน้ารมณพร้อมเลิกคิ้วสูง หม่อมหลวงหนุ่มพอจะเข้าใจในความกังวลของหญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา “ก่อนที่เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ หากยินดีมีปัญหาหรือไม่พอใจอะไรก็พูดได้เลยครับ”

“ในอนาคตหากคุณเปลี่ยนใจรีบบอกฉันได้เลยนะ” อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน รมณทำใจได้กับเรื่องนี้พอสมควรเพราะพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้แต่งงานด้วยความรัก แม้จะมีเรื่องสมบัติเงินทองผูกมัดอยู่ แต่พอถึงจุด ๆ หนึ่ง หากคนสองคนอยู่ด้วยกันแล้วไปไม่รอด เรื่องสมบัติเงินทองก็คงเป็นเรื่องรอง

“ยินดีหมายความว่า” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรขยับนั่งตัวตรงรอฟังคำอธิบายของหญิงสาวตรงหน้าอย่างใจเย็น

“ระหว่างที่เรามีทะเบียนสมรสกันอยู่คุณสามารถคุยกับคนอื่นได้นะฉันไม่ปิดกัน แต่ถ้าเจอคนที่ใช่กว่า โอเคกว่า ขอให้บอกกัน” 

“……”

“ฉันจะไม่ยอมถูกทรยศแน่นอน ถ้าคุณเจอคนที่ใช่กรุณาบอกฉันนะคะ ฉันจะหย่าให้ทันที”

“ไม่มีทาง” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่พอใจ เขาเป็นคนไม่น่าเชื่อถือต่อหน้าหญิงสาวมากขนาดนั้นเลยหรือ แต่สุดท้ายหม่อมหลวงหนุ่มก็ต้องข่มอารมณ์ตัวเองลงก่อนเอ่ยเสียงเข้ม

“ยินดีสามารถมั่นใจได้ หากมีความต้องการอะไรในชีวิตสมรสครั้งนี้ก็ระบุได้เลย ผมยินดีปฏิบัติตาม”

รมณรอให้คนตรงหน้าเอ่ยประโยคนี้นั่นแหละ เธอจึงไม่รีรอรีบหันไปเปิดกระเป๋าหยิบกระดาษที่ตัวเองเตรียมมายื่นไปตรงหน้าหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร “ตามนี้เลยค่ะ”

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือรมณ ซึ่งมีหัวข้อบนกระดาษตัวใหญ่สะดุดตาว่าด้วย สัญญาการสมรส และทั้งหน้าก็มีข้อสัญญาแบ่งเป็น 11 ข้อ หม่อมหลวงหนุ่มไล่สายตาอ่านแต่ละข้อด้วยสมาธิอันสูงสุด

รมณเห็นว่าคนตรงหน้าใช้เวลาทำความเข้าใจกับเนื้อหาในกระดาษที่เธอยื่นให้นานเกินไปแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยความใจกว้าง “ถ้าสงสัยข้อไหนถามได้นะคะ” 

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรพยายามไล่ทบทวนข้อตกลงอีกครั้งตั้งแต่ข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 11 ซึ่งมีบางข้อที่เข้าใจและทำใจยอมรับได้ อย่างเช่นข้อแรกนั้นที่ให้ คู่สมรสต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกันเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไอ้ที่บอกว่าห้ามนอกใจ ไม่ว่าทั้งชายหรือหญิง นี้คืออะไร จำเป็นต้องระบุชัดเจนขนาดนี้เลยหรือ

แต่ก็มีบางข้อที่เขาไม่เข้าใจต้องการคำอธิบาย “ข้อนี้คืออะไรครับ”

“ไหนคะ” รมณรีบก้มหน้าลงอ่านข้อที่หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรชี้ให้ดู “อ้อ เมื่อคู่สมรสหมดใจหรือไปกันไม่ได้ก็ต้องแยกทางโดยสันติ ไม่มีทะเลาะ ไม่ระรานซึ่งกันและกัน”

“ครับผมเข้าใจแต่ไอ้สินสมรสตอนแยกทางนี้คือ?” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรคิ้วขมวดเพราะสินสมรสที่รมณหมายถึงไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองแต่เป็นบุตรที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เรื่องนี้เองเหรอคะ ก็ตอนเราแยกทางกันหากมีลูกก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งไง”

“ถ้าเรามีลูกคนเดียวล่ะครับ” 

“!!!” รมณลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย เพราะเธอเข้าใจว่าระหว่างที่พวกเขาแต่งงานไปต้องเร่งมีลูกชายสืบสกุลให้ตระกูลเขา หากไม่ใช่ลูกชายก็ต้องพยายามต่อไปดังนั้นในอนาคตพวกเขาน่าจะมีลูกหลายคน

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมั่นใจว่ารมณคิดเรื่องนี้ไม่รอบครอบแน่นอนเขาจึงได้โอกาสเสนอความต้องการของตัวเอง “งั้นเราต้องเพิ่มรายละเอียดข้อนี้แล้วล่ะครับ ระหว่างที่สมรสหากจะแยกทางเราต้องมีบุตรอย่างน้อย 2 คน”

รมณเคลิ้มตาม “ได้ค่ะ”

“งั้นก็ไม่มีปัญหาครับเพราะพวกนี้ก็เป็นข้อเรียกร้องเบสิคที่คู่ชีวตทุกคู่เขาปฏิบัติกัน” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยิ้มพอใจมาก เขามองหาปากกาเพื่อรีบลงนานโดยเร็ว

“นี่ค่ะ” รมณเตรียมทุกอย่างมาครบ หญิงสาวรีบยื่นปากกาไปตรงหน้าหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร

“หากใครผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งเราจะหย่ากันทันที”

“ชีวิตผมแต่งแล้วจะไม่มีการหย่าร้างในอนาคตแน่นอนครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรย้ำอีกครั้งให้รมณเชื่อมั่นในตัวเอง

“ดีล!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป